
วันนี้ได้ไปดูอีกโรงเรียนหนึ่งชื่อ สาธิตพัฒนา เข้าไปถึงหน้าประตูรร สัมผัสได้ถึงความแตกต่างจากรร เมื่อวานทันที ประตูทางเข้าใหญ่มาก รายล้อมด้วยหมู่บ้านโครงการแสนสิริ มีพื้นที่กว่า 30 ไร่ รอบๆมีต้นไม้และเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว เข้าไปถึงในรร เจอเด็กๆยิ้มแย้ม ดูมีความสุขที่ได้มาเรียน วันนี้โชคดีที่รร จัดกิจกรรมอาเผซียนร่วมใจ เด็กๆทั้งรร พร้อมใจกันแต่งตัวชุดประจำชาติต่างๆในอาเซียน มีวงดนตรี เข้าไปถึงห้องประชุมใหญ่ก็ต้องเซอร์ไพรส์อีกครั้ง ห้องประชุมดูดีมากๆ ใหญ่มากและจุเด็กได้ทั้งรร เพราะรร นี้นักเรียนไม่เยอะ เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ผปค ที่อยากเอาลูกเข้าต้องต่อคิวยาวมาก ท่านรองบอกโอกาสรับคือ 1:50 ส่วนใหญ่มาจากลูกบ้านโครงการแสนสิริ ในห้องประชุมมีกิจกรรมอาเซียน มีเด็กมายืนกล่าว speech ทั้งภาษาไทย อังกฤษ จีน น่าทึ่งมากๆ ห้องประชุมก็ออกแบบจากแนวคิดของฟินแลนด์ซึ่งเป็นประเทศที่การศึกษาดีที่สุดในโลก ที่นั่งไม่มีที่เท้าแขน ทุกคนนั่งเรียงต่อกันได้โดยไม่แบ่งอาณาเขตกัน หลังจากงานตอนเช้าจบลงก็ได้ไปพบท่านรองซึ่งเป็นอดีตผอ.รรสาธิตจุฬา คือรรนี้ได้รับการพัฒนาจากความร่วมมือของสาธิตจุฬาและศูนย์นวัตกรรมการศึกษา ค่าเทอมปีละ 140,000 บาท omgggg แพงเท่าเรียนอินเตอร์มหาลัยเลย
การเรียนการสอนของรรนี้จะไม่เน้นปริมาณ เน้นกระบวนการคิดมากกว่า สร้างองค์ความรู้ให้เด็กแทนที่จะสอนแต่เนื้อหา มีตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมอ6 แต่มอปลายมีแค่ชั้นละห้องเท่านั้น เพราะเด็กจบมอต้นส่วนใหญ่จะไปต่อรรรัฐบาลดังๆมากกว่า ที่น่าจนใจคือแม้ว่าเด็กจะเหลือน้อยเท่าไร ครูก็ยังมาสอน ไม่ยุบคลาสเหมือนที่อื่นทำกัน ครูประจำชั้นจะนั่งหลังห้องแทบจะตลอดเวลาเพื่อให้เด็กมาปรึกษาได้เวลาพักหรือคอยสังเกตเด็กขณะมีครูท่านอื่นมาสอน ครูที่นี่เอาใจใส่เด็กมากๆเพราะผ่านการคัดเลือกมาอย่างเข้มข้นเช่นเดียวกับแนวคิดของฟินแลนด์ ครูช่วงเด็กอายุน้อยๆจะได้เงินเดือนสูงที่สุดเพราะต้องเอาใจใส่เด็กมากเป็นพิเศษ ส่วนครูมหาลัยจะได้เงินเดือนน้อยสุดเพราะได้แต่ให้ความรู้เท่านั้น นี่เป็นวิธีคิดของฟินแลนด์ซึ่งไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนมีคุณภาพจึงอยากเป็นครู
นอกจากนั้นยังได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆจากท่านรอง วิธีการพูดการสอนเด็ก ให้พูดว่าถ้าเป็นครูจะทำอย่างนี้... ไม่ใช่ไปสั่งว่าห้ามทำอย่างนี้ เด็กจะได้คิดด้วยตัวเองด้วย เป็นวิธีที่ฉลาดจริงๆ
ความรู้สึกหลังจบวันนี้ทำให้มี passion อยากลดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น อยากให้เด็กๆในรรขยายโอกาสได้มีโอกาสแบบนี้บ้าง เพราะหากเค้าได้โอกาสนี้ก็อาจเป็นไปได้ว่าเค้าจะคว้าโอกาสไว้แล้วทำมันได้ดีไม่ต่างจากคนอื่นๆ แต่คงยากเอาการอยู่ เราทำได้ตอนนี้คือปลูกฝังวิธีคิดที่ถูก เปลี่ยนแปลงความเชื่อผิดๆของเค้าเพื่อให้ในอนาคตเค้าจะสามารถอยู่บนโลกที่โหดร้ายนี้ได้ ครอบครัวมีผลต่อโอกาสและการศึกษาจริงๆ ได้เห็นกับตาก็วันนี้เอง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น