วันนี้มางานรวมตัวเหล่า fellow ครั้งแรกตั้งแต่ที่รู้ผลรอบสุดท้ายว่าจะได้เข้าร่วมโครงการ teach for Thailand ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง 2 ปี ชื่อดูเหมือนเป็นโครงการที่ยิ่งใหญ่มาก แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ วันนี้เรามาอยู่ในจุดที่รู้สึกตัดสินใจถูกที่สุดในชีวิต
ย้อนกลับไปเมื่อเกือบปีที่แล้ว ได้มีโอกาสเข้าร่วม insight program ของที่นี่เป็นเวลา 7 วัน ได้ไปเห็นความจริงบางอย่างที่ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน ความจริงที่แสนโหดร้ายเกี่ยวกับปัญหาการศึกษาไทย เด็กที่ด้อยโอกาสกว่าเรา ไม่มีโอกาสได้รับการศึกษาดีๆ โรงเรียนและชุมชนไม่เอื้อให้ทำความฝันให้สำเร็จได้หลังเรียนจบ ถึงแม้โรงเรียนเหล่านี้จะอยู่ในเขตใกล้รถไฟฟ้า แต่ใครจะเชื่อว่าเด็กเหล่านี้ไม่เคยมีโอกาสขึ้นรถไฟฟ้าด้วยซ้ำ แม้แต่เราเองก็ไม่เคยคิดว่าในเขตกรุงเทพที่ดูเจริญแล้ว จะมีโรงเรียนขยายโอกาสและชุมชนเป็นพิษอีกหลายแห่ง วันนั้นได้มีโอกาสไปดูการสอนและร่วมสอนในโครงการของพี่ fellow ท่านหนึ่งที่โรงเรียนขยายโอกาสแถวแบริ่ง โรงเรียนที่ดูภายนอกเหมือนโรงเรียนธรรมดาๆที่เคยเห็น แต่สิ่งที่ต่างคือเด็กส่วนใหญ่ไม่ตั้งใจเรียนเลยยยยยย ไม่สนใจครูและไม่สนการบ้าน นี่เป็นสัญญาณอย่างหนึ่งของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทย ปัญหาคือ เด็กเหล่านี้ไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่รู้ว่าเรียนไปทำไมในเมื่อสุดท้ายก็ไปช่วยที่บ้านทำงานอยุ่ดี เป็นกรรมกร เป็นวินมอเตอร์ไซค์ เป็นช่างตัดผม และอีกหลายอาชีพตามที่เค้าเห็นพ่อแม่ทำ ซึ่งจากการได้พูดคุยกับเด็กทำให้รู้ว่าถ้าปล่อยแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ สังคมนี้คงแย่ เด็กเหล่านี้จะหาอนาคตไม่เจอ และอาจจบไม่สวยในเส้นทางชีวิต
และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงด้วยมือของเรา ก็ถ้ามีแต่คนบ่นว่าการศึกษามันแย่ แต่ไม่มีใครคิดจะแก้ แล้วใครจะแก้!?!?! โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเท่านั้น แต่ยังทำให้เราได้ใช้ศักยภาพที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ ได้บริหารเด็กและตัวเอง ได้ทีกษะต่างๆที่จำเป็น เรียกได้ว่าได้ทั้งเราและตัวเด็กเอง ซึ่งไม่ว่าผลลัพธ์ที่ได้ใน 2 ปีนี้จะเป็นอย่างไรก็ตั้งใจว่าจะทำมันให้ดีที่สุด จากตอนแรกไม่เคยคิดว่าจะเริ่มทำเพราะเหมือนเสียเวลาไป 2 ปีเต็มๆ จากเด็กจบใหม่เกีรตินิยม มธ คงไม่ลำบากถึงขนาดหางานที่เงินดีกว่านี้ไม่ได้ เพราะที่นี่ให้เงินเดือน 15000 บาทเท่าเกณฑ์ขั้นต่ำปริญญาตรีเท่านั้น ยังจำหลังสอบเสร็จวันสุดท้ายของชีวิตนักศึกษาได้ว่านั่งเปิดเว็บหางานพร้อมๆกับใบสมัคร tft คิดหนักมากว่าจะสมัครอะไรดีเนื่องจากรอบนี้เป็นรอบสุดท้ายของปีนี้ แต่ขอเชื่ออุดมการณ์ของตัวเองซักครั้ง... ปิดเว็บหางานทันทีและไม่ยุ่งกับมันอีกเลย กรอกใบสมัคร tft ดีกว่า5555 เป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาดที่สุด รู้สึกว่าพอมันเกินจุด turning point มาแล้วมันก็ไม่ลังเลอีกเลย
ย้อนกลับมาที่งานวันนี้ ได้เจอพี่ตา พี่ที่ดูแลและให้คำปรึกษามาตลอดเกึ่ยวกับโครงการ ดีใจมากที่ได้เจอเพื่อนร่วมอุดมการณ์คนอื่นๆ ทำให้รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งและเป็นการยืนยันว่าสิ่งที่เราตัดสินใจมันถูกแล้ว ก่อนจบวันนี้อยากขอบคุณตัวเองที่วันนั้นกล้าสมัครและทำให้มายืนตรงนี้ได้ งานหนักยังรอเราอยู่ สู้ต่อไปค่าา✌🏻
ปล ยังๆ ยังมีสอบประเมินวิชาที่จะสอนอีก (เลข) ไปเตรียมตัวแปปป😂